กันสาดพับได้ ตอบโจทย์การใช้งาน และนวัตกรรมบ้านสมัยใหม่

หลายๆ บ้านในเมืองไทยทั้งบ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ ทาวน์โฮม มักจะนิยมติดตั้ง “กันสาด” ผ้าใบกันแดด ผ้าใบกันฝน เพื่อป้องกันแสงแดด ความร้อน และฝนไม่ให้สาดเข้ามายังตัวบ้าน โดยส่วนใหญ่แล้วมักนิยมติดตั้ง กันสาดพับได้ หรือกันสาดแขนยืน เพราะง่ายต่อการติดตั้ง และใช้งาน แถมยังมีน้ำหนักเบา กว่ากันสาดถาวร แต่บางครั้งการเลือกกันสาดพับได้ให้ตอบโจทย์เจ้าของบ้านยุค 4.0 และดีไซน์ของบ้านก็เป็นปัญหาหนักใจของเจ้าของบ้านเช่นกัน

ก่อนติดตั้ง กันสาดพับได้ ควรรู้ทิศทางของแดดที่จะสาดส่องเข้าบ้าน รวมถึงเลือกติดตั้งกันสาดที่มีนวัตกรรมเซ็นเซอร์ลม เพื่อป้องกันการเสียหายเมื่อเกิดลมแรงกันสาดจะเก็บเข้าเองอัตโนมัติ

กันสาดพับได้แบบไหนดี

1. กันสาดอัตโนมัติพับเก็บได้
กันสาดอัตโนมัติพับเก็บได้ เป็นกันสาดที่สามารถม้วนเก็บได้ ส่วนใหญ่นิยมติดตั้งบริเวณพื้นที่ลานจอดรถ หรือบริเวณที่มีพื้นที่จำกัด โดยไม่ต้องติดตั้งเสาเพื่อรองรับกันสาด ในต่างประเทศนิยมใช้เพราะช่วยทำให้บ้านดูมีดีไซน์มากขึ้น ผ้าใบกันแดด ผ้าใบกันฝนมีลักษณะเป็นผ้าใบทอสังเคราะห์ที่มีแขนยื่นออกไปในลักษณะแนวนอนประมาณ 1.50 -3.50 เมตร ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ของบ้าน โดยควรติดตั้งในองศาดิ่งลงประมาณ 25-30 องศา เพื่อให้ป้องกันแสงแดด และฝนได้

ข้อควรระวัง เพื่อความแข็งแรง และทนทานควรเลือก กันสาดอัตโนมัติ ที่โครงสร้างทำจากอลูมิเนียม และเมื่อไม่ได้ใช้งานควรพับเก็บเพื่อป้องกันความเสียหาย กรณีที่เกิดลมแรง หรือฝนตกหนัก

2. กันสาดแบบเปิด-ปิดได้
กันสาดแบบเปิด-ปิดได้ ชนิดมีรางเลื่อน หรือหลังคาเลื่อน ที่มีลักษณะเป็นลอน เมื่อเปิด ปิด ส่วนใหญ่นิยมติดตั้งบริเวณพื้นที่โล่งกลางแจ้ง ดาดฟ้า ห้องกระจก หรือบริเวณพื้นที่นั่งเล่นในสวน เพื่อช่วยป้องกันแดด และฝนได้แบบอเนกประสงค์ สามารถติดตั้งไฟ LED เพื่อเพิ่มความสว่างบริเวณกันสาดได้ โดยกันสาดทำงานด้วยระบบมอเตอร์ รีโมท หรือแบบเกียร์หมุน

ข้อควรระวัง กันสาดแบบเปิดปิดได้ แม้จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่ากันสาดทุกประเภท และใช้ระยะเวลาในการติดตั้งค่อนข้างนาน เพราะต้องติดตั้งยึดกับโครงสร้างเหล็ก

3. กันสาดผ้าใบแนวดิ่ง หรือ กันสาดม่านม้วน
กันสาดผ้าใบแนวดิ่ง หรือ กันสาดม่านม้วน กันสาดประเภทนี้ติดตั้งได้ทั้งภายใน และภายนอกอาคาร เช่น สถานที่เปิดโล่งรับลม พื้นที่ที่มีความแคบ และในอาคาร บ้านเรือน บริเวณหน้าต่าง ประตู เพื่อป้องกันแสงแดด และช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว โดยส่วนใหญ่จะมีขนาดไม่เกิน 4 X 3 เมตร แต่หากพื้นที่ที่จะติดตั้งมีขนาดใหญ่ควรติดตั้งหลายชุดต่อกันเพื่อกระจายน้ำหนัก ลักษณะของผ้าใบกันแดด ผ้าใบกันฝน จะเป็นผ้าตาข่ายกรองแสง หรือผ้าใบโปร่งแสง ทำงานด้วยระบบเกียร์หมุน หรือมอเตอร์

ข้อควรระวัง กันสาดม่านม้วน จะมีลักษณะคล้ายผ้าใบชักรอกทั่วไป แต่จะแตกต่างกันที่วัสดุในการผลิต กันสาดม่านม้วนจะใช้วัสดุ และอุปกรณ์ที่ปลอดสนิม จึงทำให้มีความคงทน และสวยงามมากกว่าผ้าใบชักรอก

ติดตั้งถูกทิศ ป้องกันแดดได้

บ้านแต่ละหลังจะหันหน้าอยู่ในทิศที่แตกต่างกัน ดังนั้นเจ้าของบ้านควรรู้ก่อนว่าบ้านที่อยู่อาศัยนั้น หันหน้าไปทางทิศใด เพื่อจะได้เลือกติดตั้งกันสาดพับได้ ได้ถูกประเภทการใช้งาน
– ทิศเหนือ หากบ้านไหนหันหน้าไปทางทิศเหนือ ถือเป็นทิศที่ดี เพราะจะได้รับแสงอาทิตย์ส่องมาในช่วงเช้า โดยจะได้รับความร้อนมมากในช่วงเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม และแสงแดดจะส่องในลักษณะองศาสูง
– ทิศใต้ จะได้รับแสงอาทิตย์ในช่วงบ่าย โดยเฉพาะในเดือนกันยายน – เมษายน ซึ่งจะนานกว่าทิศเหนือ แต่ลักษณะของแสงแดดจะส่องในลักษณะเดียวกับทิศเหนือ จึงควรติดตั้งกันสาดพับเก็บได้แบบอัตโนมัติในแนวราบ เพื่อช่วยบังแสงแดด
– ทิศตะวันออก จะได้รับแสงแดดในช่วงเช้า ถึงช่วงสายๆ
– ทิศตะวันตก จะได้รับแสงอาทิตย์ช่วงบ่าย จนถึงเย็น แสงแดดที่ส่องมีองศาที่ต่ำ จึงเหมาะกับกันสาดพับได้แนวดิ่ง หรือ กันสาดม่านม้วน เพื่อป้องกันแสงแดดในช่วงเวลาต่างๆ

วิธีเพิ่มวิวไลฟ์สดในเพจแบบไหน ที่จะทำให้คุณได้ยอดขายเยอะ

เพราะการขายของที่เรียกว่า Social Commerce นั้นมาแรงมาก หลายแบรนด์เข้ายึดพื้นที่บนโลกออนไลน์และตั้งร้านขายของกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ท่ามกลางคู่แข่งที่มากมายบนโลกออนไลน์ คุณจะต้องมีความโดดเด่น แตกต่างและทำทุกวิธีในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้ได้ หนึ่งในวิธีการเข้าถึงลูกค้าที่ได้ผลสุดๆ ตอนนี้คือการไลฟ์สดขายของ บางร้านสามารถปิดยอดขายได้แตะหลักหมื่น หลักแสนในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง แล้ววิธีไลฟ์สดในเพจแบบไหน ที่จะทำให้คุณได้ยอดขายเยอะ มีคนมาดูเยอะ ตามเราไปดูกัน

คาแรคเตอร์ปัง จุดเด่นไม่เหมือนใคร

อยากไลฟ์สดขายของให้คนดูเยอะทำไงดี ต้องไลฟ์แบบไหนคนถึงดูเยอะที่สุด! อย่างแรกเลยคุณต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง สำหรับวิธีไลฟ์สดในเพจให้คนดูเยอะ คุณต้องมีคาแรคเตอร์ที่น่าสนใจและเป็นตัวของตัวเอง พยายามดึงจุดเด่นของตัวเองออกมา เช่น คุณเป็นคนตลก คุณมีการใช้คำศัพท์ขายของที่ไม่เหมือนใคร บรรยายสรรพคุณสินค้าได้ปังสุดๆ เป็นต้น การเป็นตัวเองและไลฟ์สดให้คนดูรู้สึกเหมือนเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง จะทำให้เวลาคุณไลฟ์แล้วมีคนดูเยอะขึ้น สร้างฐานแฟนคลับ สร้างลูกค้าประจำได้ไม่ยาก

ลดแลกแจกแถม

ถ้าคุณไลฟ์ขายของเฉยๆ ก็อาจจะเรียกคนมาดูไลฟ์สดของคุณได้ในระดับหนึ่งแต่ถ้าคุณสร้างความตื่นเต้นและมีกิมมิกพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการมอบโปรโมชั่นสุดปัง ลดแลกแจกแถม Sale 50% ลดราคากระหน่ำ จะทำให้คนเข้ามามุงไลฟ์ของคุณได้มากยิ่งขึ้น!

ธรรมดาโลกไม่จำ!

เพราะธรรมดาโลกไม่จำ! วิธีการไลฟ์สดในเพจให้คนมาดูเยอะอีกอย่างหนึ่งคือการสร้างความแปลกใหม่ให้กับไลฟ์สด อะไรธรรมดาๆ ใครๆ ก็ทำได้ ยุคนี้ต้องแปลกใหม่ ต้องเซอร์ไพรซ์คนไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสถานที่ไลฟ์แปลกใหม่ อย่างเช่นเพจหนึ่งที่ประสบความสำเร็จมากชื่อ ไลฟ์สดสินค้าแบรนด์เนมของแท้มือสอง ที่ไปไลฟ์ขายกระเป๋าแบรนด์เนมในป่า จนกลายเป็นไวรัลและดังชั่วข้ามคืน!

อุปกรณ์ไลฟ์สดที่คุณต้องมีถ้าอยากให้คนดูเยอะ
กล้องไลฟ์สด คมชัด ถ่ายสวย

เริ่มต้นด้วยกล้องไลฟ์สดที่จะทำให้การไลฟ์ขายของของคุณดูมืออาชีพมากยิ่งขึ้น เคล็ดลับการเลือกกล้องไลฟ์สดต้องเป็นกล้องที่ Clean HDMI ที่จะไม่มีตัวอักษรหรือเส้นบนกล้องมาให้รกตาตอนไลฟ์ นอกจากนี้พยายามเลือกกล้องที่ถ่ายวิดีโอ 4K ได้และมีฟังก์ชั่นบิดหน้าจอให้เห็นภาพตัวอย่างตอนถ่ายได้

ไฟสตูดิโอ ฉากหลัง

อีกหนึ่งวิธีเพิ่มวิวไลฟ์สด ในเพจให้มีคนดูเยอะ ต้องเตรียมพร้อมให้ดีด้วยไฟสตูดิโอและฉากหลังเพื่อเพิ่มความสว่างสดใสให้กับไลฟ์ของคุณ สามารถไลฟ์ที่ไหนก็ได้ เพียงแค่เปิดไฟ มีฉากหลังสวยๆ เท่านี้ก็พร้อมแล้ว
กระดิ่ง

ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง CF ตอนนี้ลดเลย 50 บาท ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง วิธีไลฟ์สดในเพจให้คนดูเยอะ คุณต้องสร้างความน่าสนใจให้ไลฟ์ของคุณด้วยเสียงกระดิ่ง เป็นอีกหนึ่งวิธีที่หลายเพจชอบใช้กัน โดยวิธีนี้ได้รับความนิยมมาจากบังฮาซัน ที่ไลฟ์สดทีไรก็ต้องมีเสียงกระดิ่งประกอบทุกที

Tips น่ารู้ การเดินสายไฟที่ใช้ภายนอกอาคาร

ในกรณีที่ต้องการเดินสายไฟภายนอกอาคารนั้น สิ่งสำคัญคือ การเลือกใช้สายไฟให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยการติดตั้งสายไฟภายนอกอาคารก็มีข้อควรรู้หลายประการเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น

การติดตั้งและการเดินสายให้ปลอดภัย

โดยพื้นฐานแล้วการติดตั้งสายไฟนอกอาคาร หากพบว่าการเดินสายมีความซับซ้อน ทาง PEA จะเข้ามาอำนวยความสะดวกให้ เพื่อให้การติดตั้งปลอดภัยและไม่เกิดอันตราย และการติดตั้งที่เหมาะสมนั้น ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดดังนี้

สายเมนจากมิเตอร์จะต้องได้มาตรฐานที่กำหนดเท่านั้น
สายเมนต้องเป็นสายอะลูมิเนียม หุ้มด้วยฉนวนสีฟ้า หรือสายทองแดงหุ้มฉนวนก็ได้เช่นกัน
การเลือกใช้ขนาดของสายไฟต้องแปรผันตามแอมป์ของมิเตอร์ไฟฟ้า
การติดตั้งต้องหาปลอกฉนวนไฟฟ้ามาใส่
การเดินสายจะต้องสูงมากกว่า 5 เมตร
หากเดินสายต่ำกว่า 5 เมตร ให้เดินในท่อ
การเดินลอยจะต้องมีฉนวน
สายเมนจากมิเตอร์ และภายในอาคาร จะสามารถต่อกันได้เมื่อผ่านอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย เช่น เครื่องตัดไฟฟ้า

การเลือกใช้ท่อร้อยสายไฟ

สำหรับการติดตั้งสายไฟภายนอกอาคารนั้น ต้องเลือกท่อร้อยสายไฟที่เหมาะสมกับงานระบบ เพื่อให้ช่วยป้องกันอันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับสายไฟได้ เช่น การโดนสัตว์กัดแทะ รวมถึงการป้องกันปัญหาไฟไหม้ เช่น กรณีที่เกิดไฟฟ้าลัดวงจร

โดยท่อร้อยสายไฟที่นิยมใช้คือท่อโลหะขนาดกลาง IMC ซึ่งจะเหมาะต่อการใช้ในงานเดินลอยนอกอาคาร การฝังผนัง หรือพื้นคอนกรีต หรือในบางกรณีก็สามารถใช้ท่อโลหะขนาดบาง EMT ได้เช่นกัน เพราะเป็นท่อที่ผ่านการชุบด้วย Hot-Dip Galvanized

สายเมนที่ใช้ในการติดตั้ง

สำหรับการเลือกใช้สายเมนสำหรับติดตั้งสายไฟภายนอกอาคารนั้น ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กำหนดให้เลือกใช้สายไฟ THW-A เป็นสายเมนในการติดตั้งนอกอาคารเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ สายไฟนอกอาคาร นั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การเลือกประเภทของสายไฟ แต่จะต้องดูไปถึงการผ่านมาตรฐานการรับรองหรือไม่ เพื่อทำให้การใช้งานมีความปลอดภัยอย่างถึงที่สุด ส่วนการติดตั้งและการเดินสายไฟภายนอกอาคารที่มีความซับซ้อน หรือแม้แต่สถานที่ที่ต้องการติดตั้งอยู่ห่างจากเสาแรงต่ำไปตามทางมากกว่า 20 เมตร ก็สามารถติดต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ให้เข้ามาอำนวยความสะดวกได้เลย

เรื่องสำคัญหลังผ่าคลอด ที่คุณแม่ต้องรู้และเข้าใจ

สำหรับคุณแม่ ที่มีกำหนดจะผ่าคลอดในอีกไม่นานนี้ คงจะมีเรื่องต่างๆ ให้กังวลใจมากมาย โดยเฉพาะ หลังผ่าคลอด ว่าต้องดูแลตัวเองอย่างไรและมีเรื่องอะไรที่คุณแม่ต้องรู้บ้าง เรื่องที่คุณแม่หลังผ่าคลอดควรรู้มาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

1.ท่านอนที่เหมาะกับคุณแม่หลังผ่าคลอด
ท่านอนหลังคลอดจัดว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้คุณแม่กังวลไม่น้อย โดยแนะนำให้คุณแม่นอนท่าตะแคงจะดีที่สุด เพราะจะช่วยลดอาการเจ็บแผลได้ และควรนำหมอนหลายๆ ใบมารองศีรษะให้สูงขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้แผลที่หน้าท้องตึงจนเกินไป

2.อาหารที่ควรทานมากที่สุด
หลังจากที่คุณแม่ผ่าคลอดแล้วควรจะทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งอาหารที่คุณแม่อาจจะเน้นเป็นพิเศษก็คือ กลุ่มอาหารพวกโปรตีน อย่างเช่น เนื้อสัตว์ เนื้อปลา ที่จะช่วยในเรื่องของการซ่อมแซมร่างกายและช่วยให้ฟื้นฟูสุขภาพได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ควรดื่มน้ำให้เยอะๆ ด้วย โดยเฉพาะน้ำอุ่น

3.อาหารที่คุณแม่ไม่ควรทาน
หลังผ่าคลอดคุณแม่ไม่ควรทานอาหารประเภทสุกๆ ดิบๆ ยกตัวอย่างเช่น ลาบดิบ แหนมดิบ หรือแม้กระทั่งส้มตำที่อาจจะเป็นอาหารโปรดของคุณแม่หลายๆ ท่าน รวมไปถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมด้วยเช่นกัน เนื่องจากช่วงดังกล่าวร่างกายของคุณแม่จะอ่อนแอ ทำให้มีโอกาสในการติดเชื้อจากการทานอาหารเหล่านี้ได้ง่าย และอาจส่งผลเสียต่อลูกน้อยที่ดื่มนมแม่อีกด้วย

4.หลังผ่าคลอดดื่มน้ำเย็นได้ไหม
ความจริงแล้วนั้นตามหลักการแพทย์ไม่มีข้อห้ามให้คุณแม่ดื่มน้ำเย็น แต่เมื่อเปรียบเทียบระหว่างน้ำเย็นกับน้ำอุ่นแล้ว น้ำอุ่นมีข้อดีมากกว่า เนื่องจากจะทำให้ร่างกายของคุณแม่ฟื้นฟูเร็วขึ้น ช่วยกระตุ้นน้ำนม และบรรเทาอาการหนาวในหลังคลอดได้เป็นอย่างดี โดยควรดื่มน้ำให้ได้มากกว่าวันละ 8 แก้ว เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

5.จำเป็นต้องอยู่ไฟหรือไม่
ไม่ว่าจะคลอดธรรมชาติหรือคลอดด้วยการผ่า ก็ควรอยู่ไฟหลังคลอดทั้งสิ้น แต่กรณีที่ผ่าคลอด ควรรอให้แผลหายดีก่อนหรือประมาณ 45 วันขึ้นไป แล้วจึงค่อยเริ่มอยู่ไฟ เพราะการอยู่ไฟเร็วเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อแผลผ่าได้ ซึ่งจะทำให้แผลปริหรือมีโอกาสติดเชื้อได้สูง

และเรื่องที่คุณแม่หลังผ่าคลอดต้องรู้ ซึ่งก็หวังว่าสิ่งที่ นำมาฝากกันในวันนี้จะช่วยคลายความกังวลใจ และทำให้คุณแม่ปฏิบัติตัวหลังผ่าคลอดได้อย่างถูกวิธีมากขึ้น

การจัดการตลาด (Marketing Management) คืออะไร ??

การจัดการตลาด (Marketing Management) คืออะไร ??

การบริหารจัดการตลาดเป็นสิ่งสำคัญ หลายครั้งการบริหารจัดการตลาดเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ทั้งแง่บวกและแง่ลบ หากมองข้ามเรื่องของการจัดการตลาดอย่างเป็นระบบอาจทำให้คู่แข่งทางการค้า ที่มีสินค้าและบริการคล้ายคลึงกันแซงหน้าไปได้อย่างง่ายดาย

การบริหารจัดการตลาดคือ (Marketing Management) คือ

การจัดการตลาด หรือ Marketing Management คือ การนำบุคลากรหลากหลายคนมาช่วยบริหารจัดการตลาด ทั้งด้านการทำงานในส่วนของการตลาดการประยุกต์แนวทางรวมถึงกิจกรรมทางด้านการตลาด
ให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กร

ขั้นตอนการบริหารจัดการตลาดสามารถ แบ่งออกได้ดังนี้

1. การวางแผน และกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน

การวางแผนการตลาดเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำในการจัดการตลาด การวางแผนการตลาดต้องวางให้ชัดเจนถึงจุดมุ่งหมายขององค์กร โดยใช้การวิจัยทางการตลาดช่วย ในการหาข้อมูลเช่น ข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย อายุ ,เพศ ,อาชีพ , รายได้ รวมถึงพฤติกรรมการบริโภค ของกลุ่มเป้าหมาย นอกจากวิจัยผู้บริโภคแล้วยังต้องวิจัยจุดอ่อน-จุดแข็งและ สินค้าหรือบริการขององค์กร รวมถึงจุดอ่อน-จุดแข็งของคู่แข่งอีกด้วย

2. ขั้นตอนลงมือทำตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

หลังจากทำการวางแผนการตลาดเรียบร้อยก็ถึงเวลาลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้
เช่น การโฆษณาประชาสัมพันธ์, การจัดอีเว้น รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ ไปตามช่องทางการสื่อสารที่กลุ่มเป้าหมายอยู่ เช่น Facebook , Instagram , TikTok หรือตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ข่าวสารที่ทางองค์กรต้องการสื่อถึงเป้าหมาย สามารถกระตุ้นพฤติกรรมให้เกิดการซื้อหรือใช้บริการเพิ่มยอดขายให้องค์กร

3. การประเมินผล

ถือเป็นขันตอนที่สำคัญ ของ Marketing Management โดยหลังจากที่กำหนดเป้าหมายขององค์กรและลงมือทำเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปคือการตรวจสอบและวัดผลทางการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบข้อมูลส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) หรือจะเป็นยอดขายที่ทำได้หลังจากทำตามแผนการตลาด ว่าได้ผลตอบรับเช่นไร คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ลงทุนไปหรือไม่ หากผลตอบรับเป็นลบ ก็สามารถทราบได้ทันที่ว่าแผนการตลาดที่วางไว้มีข้อผิดพลาด และหาข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อนำไปใช้พัฒนาองค์กรในครั้งต่อไป ถึงผลตอบรับจะเป็นผลเชิงบวก ก็ยังสามารถทราบได้ว่าผลตอบรับที่ดีมาจากส่วนไหนของแผนการตลาดก็สามารถส่งเสริมในส่วนนั้นให้ดีกว่าเดิมได้เพื่อพัฒนาองค์กรมุ่งสู่เป้าหมายได้ดีขึ้น

Marketing Management ช่วยสร้างแบรนด์ได้อย่างไร

จากการ วางแผนการตลาดอย่างเป็นระบบ รวมถึงลงมือทำตามแผนและวัดผลที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งหมดสามารถสรุปได้ว่า การจัดการตลาด คือ การวางแผนจัดการตลาดเพื่อสนับสนุนให้สินค้าและบริการ หรือธุรกิจองค์กร เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตรงตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ และสามารถผลักดันแบรนด์ สินค้าและบริการให้ ถึงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การต่อภาษีรถยนต์ ราคาเท่าไหร่และสิ่งสำคัญที่ห้ามลืม

ภาษีรถยนต์ คือ ป้ายกระดาษสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่ผู้มีรถยนต์ทุกคนต้องจ่ายภาษีรถยนต์ตามที่กฎหมายบังคับ เมื่อถึงกำหนด ซึ่งภาษีรถยนต์ที่เราจ่ายไปในทุกปีทางหน่วยงานภาครัฐจะนำไปพัฒนาปรับปรุงถนน รวมไปถึงการคมนาคมภายในประเทศต่อไป ดังนั้นเจ้าของรถยนต์ทุกคนจะต้องทำการต่อภาษีรถยนต์หรือต่อทะเบียนรถยนต์ทุกปี หากปล่อยให้ขาดอาจทำให้ถูกปรับและเสียเวลาในการดำเนินการต่ออีกด้วย

ข้อสำคัญที่ห้ามลืมและการต่อภาษีรถยนต์ ราคาเท่าไหร่

โดยการต่อภาษีรถยนต์นั้นมีกฎระเบียบอยู่ ดังนั้นก่อนที่จะไปต่อภาษีรถยนต์ควรศึกษาข้อมูลและกฎระเบียบให้เข้าใจก่อน เพื่อที่จะได้สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้อย่างรอบคอบ และนี่คือสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์

  • การต่อภาษีรถยนต์ ราคาแต่ละครั้งจะต้องทำการต่อภาษีรถยนต์ในปีที่หมดอายุ โดยคุณสามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ก่อนวันที่จะหมดอายุล่วงหน้า 90 วัน ซึ่งก็มีเวลาเพียงพอให้คุณสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายในการต่อภาษีรถยนต์ได้พอสมควร
  • กรณีที่ต่อภาษีรถยนต์ล่าช้ากว่าที่กำหนด ค่าปรับก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น โดยนับตั้งแต่วันที่ขาด 1 วันขึ้นไป ทางกฎหมายจะถือว่าเป็นการขาดต่อภาษีรถยนต์ ราคาซึ่งนับเวลาตั้งแต่ 1-3 ปี จะต้องเสียค่าปรับร้อยละ 1 % ต่อเดือน
  • กรณีที่ขาดต่อภาษีรถยนต์มากกว่า 3 ปีขึ้นไป จะถือว่าป้ายทะเบียนรถยนต์นั้นๆ ถูกยกเลิกทันที หากต้องการต่อภาษีรถยนต์ใหม่จะต้องนำป้ายทะเบียนเดิมไปคืนที่กรมขนส่งทางบก พร้อมกับชำระค่าปรับ จึงจะสามารถทำใหม่ได้
  • สำหรับการต่อภาษีรถยนต์ทุกครั้ง รถยนต์ที่มีอายุไม่ถึง 7 ปี ไม่จำเป็นต้องตรวจสภาพรถก่อนต่อ แต่หากรถยนต์มีอายุเกิน 7 ปีขึ้นไป จะต้องทำการตรวจสภาพรถให้ครบก่อน ถึงจะสามารถต่อภาษีรถยนต์ได้
  • สิ่งสำคัญที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือคุณจะต้องต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ หรือที่เรียกว่าประกันภาคบังคับก่อน ถึงจะทำการต่อภาษีรถยนต์ได้

ต่อภาษีรถยนต์ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

เมื่อรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขเพิ่มเติมต่างๆ ของการต่อภาษีรถยนต์แล้ว มาต่อกันที่เรื่องเอกสารที่ต้องใช้ในการต่อภาษีรถยนต์ เพราะเป็นอีกหนึ่งเรื่องปวดหัวที่หลายคนมักพบเจอ เนื่องจากเอกสารไม่ครบ ทำให้ต้องเสียเวลาในการย้อนกลับมาเสียภาษีรถยนต์อีกครั้ง โดยเอกสารที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนไปยื่นต่อภาษีรถยนต์ มีดังนี้

–   คู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริงหรือสำเนาก็ได้

–   หลักฐานที่ระบุไว้ว่าได้ทำประกันภัยตามที่กฎหมายบังคับ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า พ.ร.บ. รถยนต์

–   ใบรับรองการตรวจสอบสภาพรถยนต์ หากรถยนต์มีอายุเกินกว่า 5 ปีขึ้นไป รวมไปถึงในกรณีที่รถมีการดัดแปลงสภาพ

ซึ่งข้อมูลเพิ่มเติมทั้งหมดเหล่านี้ คือสิ่งที่คุณต้องใส่ใจและทำความเข้าใจก่อนจะไปต่อภาษีรถยนต์ ราคาต้องรู้หากไม่อยากเสียเวลาและค่าปรับเพิ่ม พร้อมกับเตรียมเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ให้พร้อมเพื่อสามารถดำเนินการได้ทันที

ขั้นตอนทาสี พื้นอีพ็อกซี่ การทำ พื้นพียู ด้วยตัวเอง ทำให้ประหยัดเงิน

พื้นอีพ็อกซี่ คือพื้นที่มีการทาเคลือบพื้นคอนกรีตด้วยการการกลิ้งทับลงไป ด้วยความหนาของฟิล์มก็จะมีแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความต้องการ และการใช้งาน ใช้ได้ทั้งงานพื้นและงานฝาผนัง มีให้เลือกทั้งผิวเรียบและผิวส้มแบบกันลื่น พื้นอีพ็อกซี่ จะมีความทนทานสามารถป้องกันคอนกรีตจากสารเคมี น้ำมันและกรด ยึดเกาะพื้นคอนกรีตได้เป็นอย่างดี มีสีสันสดใส เงางามทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษาและทำความสะอาด ไม่มีการสลายตัวกลายเป็นฝุ่น เมื่อผ่านการใช้งานเป็นระยะเวลายาวนาน และไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อมีการสัมผัสกับแสงแดดจัดๆ ซึ่งพื้นบางชนิดก็สามารถใช้กับงานภายนอกได้ การทาสี พื้นอีพ็อกซี่ นั้นสามารถทำได้ด้วยตัวเอง แบบไม่ต้องอาศัยช่างมืออาชีพ ทำให้ประหยัดเงินได้หลายส่วน แถมได้ประสบการณ์ในการทำเอง

อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการทาสีพื้น Epoxy คือ

1. ผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ในการทา คือสีEpoxy Coating มีข้อดีคือจะใช้เวลาในการทำค่อนข้างน้อย และก็สามารถเลือกสีได้ตามที่ต้องการ
2. ลูกกลิ้งทาสี ใช้สำหรับจุ่มสีและทาพื้นผิวคอนกรีต
3. ทินเนอร์ จะต้องนำมาใช้ในการทำความสะอาดและล้างตัวอุปกรณ์ พวกแปลงทาสี ลูกกลิ้งทาสี เช็ดทำความสะอาดสีที่ติดมืด และเอามาเป็นส่วนผสมสีในขณะที่สีมีความหนืดเกินไปทำให้ยากต่อการทา เพราะสีที่มีความหนืดเกินไป เวลาเราทาสีจะไม่เรียบ และไม่สวยงาม
4. กระดาษทราย ไว้ใช้สำหรับขัดพื้นผิวที่จะทาสีให้เป็นรอย
5. ถุงมือ ใส่เพื่อป้องกันการเลอะ และโดนสี, ผ้าปิดจมูก สีจะมีกลิ่นฉุน บางคนอาจจะแพ้ได้ เลยต้องมีผ้าปิดจมูกป้องกันกลิ่น
6. แว่นตา กันสีหยด หรือกระเด็นเข้าตา และบางทีทินเนอร์จะมีการระเหยเข้าตาได้ด้วย การใส่แว่นตา ก็จะช่วยกันได้บางส่วน
7. ไม้พาย ไว้คนผสมสี กับทินเนอร์ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
8. ไม้กวาด สำหรับกวาดทำความสะอาด

ขั้นตอนในการทาสีพื้น Epoxy คือ
1. การเตรียมพื้นคอนกรีตที่เราจะทาสี พื้นที่เราเตรียมอย่างดี จะเพิ่มการเกาะยึดของสีกับพื้น และเพิ่มความเรียบของสีหลังจากทาสีเสร็จ อย่างแรก คือต้องตรวจดูว่าพื้นคอนกรีตคราบอะไรอยู่หรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นคราบน้ำมัน จาระบี เศษปูน ถ้ามีให้กวาด และล้างทำความสะอาดสิ่งสกปรกออกให้หมด หลังจากล้างแล้ว ต้องปล่อยให้พื้นคอนกรีตแห้งสนิท หลังจากนั้นเราก็จะใช้กระดาษทรายขัดพื้นคอนกรีตให้เป็นรอย ต้องขัดให้ทั่วทั้งพื้นบริเวณที่เราต้องการทาทั้งหมด หลังจากนั้นก็ใช้ไม้กวาด กวาดทำความสะอาดผงฝุ่นออก เท่านี้ก็จะเสร็จขั้นตอนการเตรียมพื้นก่อนขั้นตอนการทำพื้น pu
2. การผสมสี เราก็นำส่วนผสมของสี polyurethane มารวมกันตอนซื้อก็ดูสัดส่วนข้างถังสี หรือสอบถามจากพนักงานขาย หลักจากนั้นเราก็ใช้ไม่พายที่เตรียมไว้คนให้เข้ากัน สีที่เราเตรียมจะมีความหนืดอยู่ในตัวทำให้ทายาก ก็ต้องเททินเนอร์ผสมลงไป แล้วคนให้เข้ากัน ซึ่งโดยสัดส่วนทั่วไปก็จะประมาณ ไม่เกิน 10 % ของเนื้อสีที่เราผสมไว้ตั้งแต่ตอนแรก หลังจากคนจนเข้ากันดีแล้ว เราก็จะต้องลงมือทาสีนั้นทันที เพราะว่าหากทิ้งสีไว้นานไป สีก็จะเริ่มทำปฏิกิริยากันเอง ทำให้สีจะมีความข้นขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็จะกลายเป็นเจล ภายในไม่เกิน 1 ชั่วโมงในการทาเราจะต้องทำการผสมสีตามสัดส่วนนี้ใหม่ทุกครั้งที่จะมีการใช้งาน
3. การทาสี ก็จะใช้ลูกกลิ้งที่เตรียมไว้ตอนแรก มาทำการต่อด้ามจับให้ยาวขึ้น ความยาวก็ประมาณ 1 เมตรครึ่ง – 2 เมตร เอาจุ่มสีที่ผสมไว้แล้วทาลงบนพื้นปูนที่ทำความสะอาด ส่วนการทาก็ให้ทาพื้นอีพ็อกซี่เป็นแนวเดียวกัน เป็นหน้ากระดานให้เสร็จไปเป็นส่วน ๆ พอเสร็จหมดทั้งพื้นที่ที่เตรียมไว้แล้ว ถ้าต้องทาให้มีความหน้าของสีเพิ่ม ก็ต้องทิ้งไว้หลังจากทาครั้งแรกไปแล้ว ประมาณอย่างน้อย 5-6 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็ทาทับได้อีกทีเหมือนการทาครั้งแรก ซึ่งต้องเป็นแนวเดียวกัน หลังจากทาเสร็จแล้วเราก็ต้องทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน เราถึงจะสามารถเดินเหยียบได้ แต่ถ้าต้องการจะวางสิ่งของที่มีขนาดและน้ำหนักหน่อยก็ต้องทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน

ประเภทของการขายเหล็กแบ่งได้อย่างไรบ้าง

เหล็ก เป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทกับการนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด และเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย โดยเหล็กจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือเหล็ก (iron) และ เหล็กกล้า (steel) ซึ่งทั้งสองประเภทนี้ มีคุณสมบัติที่ต่างกันหลายประการ แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะถูกเรียกอย่างเหมารวมกันว่าเหล็กนั่นเอง

ลักษณะทั่วไปของเหล็กและเหล็กกล้า

เหล็กจะมีสัญลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ คือ Fe มักพบได้มากในธรรมชาติ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นสีแดงอมน้ำตาล เมื่อนำเข้าใกล้กับแม่เหล็ก จะดูดติดกัน ส่วนพื้นที่ที่ค้นพบเหล็กได้มากที่สุด ก็คือ ตามชั้นหินใต้ดินที่อยู่บริเวณที่ราบสูงและภูเขา โดยจะอยู่ในรูปของสินแร่เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ต้องใช้วิธีถลุงออกมา เพื่อให้ได้เป็นแร่เหล็กบริสุทธิ์และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้

ขายเหล็กกล้าเป็นโลหะผสม ที่มีการผสมระหว่าง เหล็ก ซิลิคอน แมงกานีส คาร์บอนและธาตุอื่นๆ อีกเล็กน้อย ทำให้มีคุณสมบัติในการยืดหยุ่นสูง ทั้งมีความทนทาน แข็งแรง และสามารถต้านทานต่อแรงกระแทกและภาวะทางธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม  ที่สำคัญคือเหล็กกล้าไม่สามารถค้นพบได้ตามธรรมชาติเหมือนกับเหล็ก เนื่องจากเป็นเหล็กที่สร้างขึ้นมาโดยการประยุกต์ของมนุษย์  แต่ในปัจจุบันก็มีการนำเหล็กกล้ามาใช้งานอย่างแพร่หลาย เพราะมีต้นทุนต่ำ จึงช่วยลดต้นทุนได้เป็นอย่างมาก และมีคุณสมบัติที่โดดเด่นไม่แพ้เหล็ก

สำหรับประเภทของการขายเหล็กนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

เหล็กหล่อ เป็นเหล็กที่ใช้วิธีการขึ้นรูปด้วยการหล่อขึ้นมา ซึ่งจะมีปริมาณของธาตุคาร์บอนประมาณ 1.7-2% จึงทำให้เหล็กมีความแข็ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเปราะ และด้วยเหตุนี้จึงทำให้เหล็กหล่อ สามารถขึ้นรูปได้แค่วิธีการหล่อวิธีเดียวเท่านั้น ไม่สามารถขึ้นรูปด้วยการรีดหรือวิธีการอื่นๆ ได้ นอกจากนี้เหล็กหล่อ ก็สามารถแบ่งย่อยๆ ได้ดังนี้

  • เหล็กหล่อเทา เป็นเหล็กหล่อที่มีโครงสร้างคาร์บอนในรูปของกราฟไฟต์ เพราะมีคาร์บอนและซิลิคอนเป็นส่วนประกอบสูงมาก
  • เหล็กหล่อขาว เป็นเหล็กที่มีความแข็งแรงทนทานสูง สามารถทนต่อการเสียดสีได้ดี แต่จะเปราะจึงแตกหักได้ง่าย โดยเหล็กหล่อประเภทนี้ จะมีปริมาณของซิลิคอนต่ำกว่าเหล็กหล่อเทา ทั้งมีคาร์บอนอยู่ในรูปของคาร์ไบด์ของเหล็กหรือที่เรียกกว่า ซีเมนไตต์
  • เหล็กหล่อกราฟไฟต์กลม เป็นเหล็กที่มีโครงสร้างเป็นกราฟไฟต์ ซึ่งจะมีส่วนผสมของแมกนีเซียมหรือซีเรียมอยู่ในน้ำเหล็ก ทำให้เกิดรูปร่างกราฟไฟต์ทรงกลมขึ้นมา ทั้งยังได้คุณสมบัติทางกลในทางที่ดีและโดดเด่นยิ่งขึ้น เหล็กหล่อกราฟไฟต์จึงได้รับความนิยมในการนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายและถูกนำมาใช้งานในอุตสาหกรรมมากขึ้น
  • เหล็กหล่ออบเหนียว เป็นเหล็กที่ผ่านกระบวนการอบเพื่อให้ได้คาร์บอนในโครงสร้างคาร์ไบด์แตกตัวมารวมกับกราฟไฟต์เม็ดกลม และกลายเป็นเฟอร์ไรด์หรือเพิร์ลไลต์ ซึ่งก็จะมีคุณสมบัติที่เหนียวแน่นกว่าเหล็กหล่อขาวเป็นอย่างมาก ทั้งได้รับความนิยมในการนำมาใช้งานที่สุด
  • เหล็กหล่อโลหะผสม เป็นประเภทของเหล็กที่มีการเติมธาตุผสมเข้าไปหลายอย่างด้วยกัน ซึ่งก็จะช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของเหล็กให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการทนต่อความร้อนและการต้านทานต่อแรงเสียดสีที่เกิดขึ้น เหล็กหล่อประเภทนี้จึงนิยมใช้ในงานที่ต้องสัมผัสกับความร้อน

ขายเหล็กกล้าเป็นเหล็กที่มีความเหนียวแน่นมากกว่าเหล็กหล่อ ทั้งสามารถขึ้นรูปด้วยวิธีทางกลได้ จึงทำให้เหล็กชนิดนี้ นิยมถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายและกว้างขวางมากขึ้น  ตัวอย่างเหล็กกล้าที่มักจะพบได้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน คือ เหล็กแผ่น เหล็กโครงรถยนต์หรือเหล็กเส้น เป็นต้น นอกจากนี้คาร์บอนก็สามารถแบ่งได้เป็นกลุ่มย่อยๆ ดังนี้

เหล็กกล้าคาร์บอน จะมีส่วนผสมหลักเป็นคาร์บอนและมีส่วนผสมอื่นๆ ปนอยู่บ้างเล็กน้อย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับจะมีธาตุอะไรติดมาในขั้นตอนการถลุงบ้าง ดังนั้นเหล็กกล้าคาร์บอน จึงสามารถแบ่งเป็นย่อยๆ ได้อีก ตามปริมาณธาตุที่ผสมดังนี้

  • เหล็กคาร์บอนต่ำ มีคาร์บอนต่ำกว่า 2% และมีความแข็งแรงต่ำมาก จึงนำมารีดเป็นแผ่นได้ง่าย เช่น เหล็กเส้น เหล็กแผ่น เป็นต้น
  • เหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง จะมีคาร์บอนอยู่ประมาณ 2-0.5% มีความแข็งแรงสูงขึ้นมาหน่อย สามารถนำมาใช้เป็นชิ้นส่วนของเครื่องจักรกลได้
  • เหล็กกล้าคาร์บอนสูง มีคาร์บอนสูงกว่า 5% มีความแข็งแรงสูงมาก นิยมนำมาอบชุบความร้อนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้น และสามารถต้านทานต่อการสึกหรอได้ดี จึงนิยมนำมาทำเครื่องมือเครื่องใช้ที่ต้องการผิวแข็ง

เหล็กกล้าผสมเป็นเหล็กที่มีการผสมธาตุอื่นๆ เข้าไปโดยเจาะจง เพื่อให้คุณสมบัติของเหล็กเป็นไปตามที่ต้องการ โดยการขายเหล็กประเภทนี้มักจะมีความสามารถในการต้านทานต่อการกัดกร่อนและสามารถนำไฟฟ้าได้ รวมถึงมีคุณสมบัติทางแม่เหล็กอีกด้วย ซึ่งก็จะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ เหล็กกล้าผสมต่ำและเหล็กกล้าผสมสูง นั่นเอง โดยเหล็กกล้าผสมต่ำ จะเป็นเหล็กกล้าที่มีการผสมด้วยธาตุอื่นๆ น้อยกว่า 10% และเหล็กกล้าผสมสูงจะเป็นเหล็กกล้าที่มีการผสมด้วยธาตุอื่นๆ มากกว่า 10%

เหล็กเป็นแร่ธาตุที่ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันมากที่สุด และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหมาะกับการนำมาขายเหล็กและใช้งานในหลายๆ ด้าน แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง คือมีน้ำหนักมาก ทำให้เคลื่อนย้ายได้ไม่ค่อยสะดวกมากนัก อย่างไรก็ตาม เหล็ก ก็ยังคงเป็นที่นิยมและมีการนำมาใช้งานในอุตสาหกรรมหรือการผลิตเครื่องจักรกลต่างๆ รวมทั้งใช้ในการสร้างบ้านด้วย เพราะเป็นโลหะที่มีความแข็งแรงและทนทานมาก https://smksteel.com/

ธุรกิจออนไลน์สร้างรายได้ สร้างกำไรจากเงินทุนที่มีได้อย่างเต็มที่

ธุรกิจออนไลน์สร้างรายได้ สร้างกำไรจากเงินทุนที่มีได้อย่างเต็มที่

ความเข้าใจเรื่องของการลงทุนทำ ธุรกิจออนไลน์สร้างรายได้ ที่มีให้เลือกเข้าใช้บริการในสมัยนี้เองมีการเปิดระบบที่ค่อนข้างเข้าถึงและเข้าใจไม่ยากอีกต่อไปในเมื่อการบริการของธุรกิจออนไลน์กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในเรื่องของการทำธุรกิจที่จะมาให้ลูกค้าได้เลือกสินค้าหรือการบริการที่จำเป็นต่อตัวเองกันนั้นมีการเข้าถึงระบบของการทำธุรกิจได้มากขึ้น ความเข้าใจในเรื่องของการทำธุรกิจเริ่มแรกเองหากมีการวางแผนอย่างเหมาะสมก็ยิ่งทำให้การสร้างกำไรจากระบบธุรกิจที่ได้เลือกลงทุนไปมีโอกาสสำเร็จเร็วเพิ่มขึ้น ความสำคัญในการให้บริการที่เน้นให้ลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้ากันนั้นจำเป็นต้องมีการตัดสินใจลงทุนเอาไว้ให้ดี

ธุรกิจออนไลน์สร้างรายได้ อยากมีรายได้ที่มั่นคงในการลงทุนทำธุรกิจของตัวเองขึ้นมาไม่ใช่ปัญหาที่ต้องการคิดให้ยุ่งยากอีกต่อไปในเมื่อระบบของการทำธุรกิจที่เน้นให้บริการผ่านเว็บออนไลน์มีการเข้าถึงรูปแบบธุรกิจที่น่าสนใจได้มากขึ้น การบริการที่เน้นให้เลือกซื้อสินค้าบางอย่างเองหากให้คิดเข้าใจรูปแบบของการทำธุรกิจที่ค่อนข้างง่ายนั้นไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเลือกหรือคิดให้นานการลงทุนผ่านระบบออนไลน์ที่เปิดให้ลูกค้าได้เลือกเข้าใช้บริการกันนั้นมีข้อแตกต่างในเรื่องของการนำเสนอขายที่แตกต่างกันไปตามแนวคิดที่ได้สำรวจความต้องการของลูกค้าทั่วไปมาประยุกต์เป็นแบบแผนนำเสนอให้ลูกค้าได้เลือกง่ายยิ่งขึ้น

เรื่องของรูปแบบการทำ ธุรกิจออนไลน์สร้างรายได้ ที่มีให้นำเสนอบริการมีข้อคิดที่น่าสนใจในความนิยมที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการซื้อสินค้า การแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นบริการที่เน้นทำผ่านระบบออนไลน์ การใช้ความรู้ที่มีก็สามารถที่จะนำมาใช้ให้เกิดเป็นวิธีการหารายได้จากการทำธุรกิจที่มีให้ลูกค้าได้เลือกเข้าใช้บริการกัน เพราะเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่มีให้เลือกในตอนนี้เองมีการครอบคลุมข้อมูลการเข้าร่วมทั่วทุกมุมโลกความเข้าใจในการเลือกบริการที่มีให้ลูกค้าตัดสินใจจ่ายเงินได้ ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจที่เปิดให้ลูกค้าได้เลือกเข้าใช้บริการกัน

การตรวจดาวน์ซินโดรมเด็กในครรภ์ทำได้อย่างไร

ดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมแต่กำเนิด ซึ่งทำให้เด็กมีปัญหาด้านร่างกาย พัฒนาการ และสติปัญญา โดยปกติคนเราจะมีโครโมโซมจำนวน 23 คู่ หรือ 46 แท่ง แต่ในกรณีที่เป็นดาวน์ซินโดรม มักเกิดความผิดปกติที่เรียกว่า Trisomy 21 คือการที่มีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมาแท่งหนึ่ง กลายเป็น 3 แท่ง ซึ่งพบได้บ่อยเกิน 90% นอกจากนี้ก็อาจเกิดจากความผิดปกติรูปแบบอื่นได้ เช่น การเกิด Translocation หรือการย้ายตำแหน่งของโครโมโซม

ลักษณะของเด็กที่เป็นดาวน์ซินโดรม ที่เห็นได้ชัดเจนคือมีศีรษะเล็กแบน รูปหน้าผิดปกติ ตาเฉียงและห่าง ดั้งจมูกแบน หูต่ำ ปากเล็ก และลิ้นโตคับปาก ซึ่งลักษณะที่เหมือนกันทั้งหมด ส่วนร่างกาย จะตัวเตี้ย มีขาสั้น มือและนิ้วสั้น กระดูกข้อกลางนิ้วก้อยหายไป ลายฝ่ามือตัดขวาง นิ้วโป้งและนิ้วชี้เท้าห่าง กล้ามเนื้ออ่อนนิ่มปวกเปียก ไม่ตึงตัว นอกจากนี้ เด็กที่เป็นดาวน์ซินโดรมจะมีพัฒนาการช้าทั้งด้านร่างกายและสติปัญญา มีไอคิวต่ำ หรือภาวะปัญญาอ่อน และเด็กหลายคนก็มักมีความผิดปกติอื่นๆ เช่น หัวใจพิการแต่กำเนิด หรือลำไส้อุดตัน เป็นต้น

ใครที่เสี่ยงตั้งครรภ์ทารกควรตรวจดาวน์ซินโดรม

  • แม่ที่ตั้งครรภ์ตอนอายุมาก ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ตอนอายุมากกว่า 35 ปี มีโอกาสที่ทารกจะเป็นดาวน์ซินโดรมสูงถึง 1 ใน 250 และยิ่งอายุของแม่มากเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็จะยิ่งสูงขึ้นอีก ในขณะที่ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ตอนอายุต่ำกว่า 30 ปี จะมีความเสี่ยงไม่มากนัก
  • แม่ที่เคยคลอดบุตรคนก่อนเป็นดาวน์ซินโดรม หากตั้งท้องครั้งต่อไป ก็มีโอกาสที่ทารกจะเป็นดาวน์ซินโดรมได้เช่นกัน
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นดาวน์ซินโดรม เช่น พี่น้อง หรือญาติที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด
  • ผลตรวจอัลตราซาวน์พบลักษณะที่บ่งชี้ว่าเป็นดาวน์ซินโดรม เช่น ทารกมีขาสั้น ลิ้นโตกว่าปกติ

การตรวจดาวน์ซินโดรมทำได้อย่างไร

  • การเจาะน้ำคร่ำ เป็นการใช้เข็มเจาะน้ำคร่ำออกมา เพื่อนำเซลล์ของทารกที่หลุดลอยอยู่ในน้ำคร่ำมาเพาะเลี้ยงและศึกษาลักษณะโครโมโซม ซึ่งจะทำได้ในช่วงอายุครรภ์ 16-20 สัปดาห์ ข้อดีของวิธีนี้คือให้ผลที่แม่นยำมาก แต่ข้อเสียก็มีเช่นกัน เช่น อาจทำให้ถุงน้ำคร่ำรั่ว หรือเข็มเจาะไปโดนทารกจนทำให้แท้งบุตรได้ ซึ่งก็มีโอกาสเกิดได้น้อยมากๆ นอกจากนี้ การเจาะน้ำคร่ำอาจใช้เวลาตรวจนาน 3-4 สัปดาห์
  • การเจาะเลือดแม่เพื่อหาสารบ่งชี้ ขณะตั้งครรภ์ จะมีสารหลายตัวถูกสร้างขึ้นและตรวจพบได้ในเลือดแม่ เช่น อัลฟ่า ฟีโตโปรตีน (alpha feto-protein) เอสตริออล (estriol) เอชซีจี (hCG) อินฮิบิน เอ (Inhibin A) และ แพบเอ (PAPP-A) หากแม่ตั้งครรภ์ทารกดาวน์ซินโดรม ระดับสารดังกล่าวในเลือดก็จะผิดปกติ เช่น มี alpha feto-protein ต่ำ แต่มี hCG สูง ซึ่งเราสามารถนำมาคำนวณเพื่อตรวจดาวน์ซินโดรมได้ วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลค่อนข้างไว อีกทั้งแทบไม่มีความเสี่ยง แต่ข้อเสียคือผลอาจไม่แม่นยำนัก
  • การอัลตราซาวน์ร่วมกับการเจาะเลือด เป็นวิธีตรวจดาวน์ซินโดรมยอดนิยมซึ่งสามารถตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 10-14 สัปดาห์ การอัลตราซาวน์จะดูลักษณะของทารกในครรภ์ และวัดความหนาของผิวหนังบริเวณต้นคอ ส่วนการเจาะเลือดแม่ก็จะตรวจสารบ่งชี้ต่างๆ ดังที่กล่าวมา วิธีนี้ทำได้ง่าย รู้ผลไว แต่ยังมีความแม่นยำต่ำ
  • การตรวจด้วยเทคนิค Non-Invasive Prenatal Testing (NIPT) เป็นการใช้เทคนิคขั้นสูงคือ Single Nucleotide Polymorphism (SNP) เพื่อแยก DNA ของลูกออกจากของแม่ และนำมาวิเคราะห์หาความผิดปกติ ซึ่งเป็นวิธีที่ให้ผลแม่นยำมาก ไม่ต้องทำการเจาะซึ่งเสี่ยงต่อการกระทบทารกในครรภ์ อีกทั้งทราบผลตรวจได้รวดเร็ว แต่ข้อเสียคือมีค่าใช้จ่ายสูงมาก คือประมาณ 20,000-30,000 บาท

ตรวจดาวน์ซินโดรมด้วยวิธีไหนดี

สำหรับแม่ที่มีความเสี่ยงน้อย คือมีอายุขณะตั้งครรภ์น้อยกว่า 35 ปี และไม่มีประวัติตั้งครรภ์ทารกดาวน์ซินโดรมมาก่อน แนะนำให้ตรวจดาวน์ซินโดรมด้วยวิธีอัลตราซาวน์ ร่วมกับการเจาะเลือดตรวจสารบ่งชี้ เนื่องจากเป็นวิธีที่ค่าใช้จ่ายต่ำ และไม่ต้องรอผลนาน

สำหรับแม่ที่มีความเสี่ยงสูง คือมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป หรือเคยตั้งครรภ์ทารกดาวน์ซินโดรม ควรตรวจดาวน์ซินโดรมโดยการเจาะน้ำคร่ำ ซึ่งเป็นวิธีที่ให้ผลแม่นยำกว่า และมีค่าใช้จ่ายปานกลาง แต่หากเพิ่งตรวจกรองตอนอายุครรภ์มากแล้ว ไม่ต้องการรอผลนาน รวมถึงมีกำลังในการใช้จ่าย ก็สามารถตรวจด้วยวิธี NIPT ได้ ซึ่งให้ผลแม่นยำและรวดเร็วกว่า