การต่อภาษีรถยนต์ ราคาเท่าไหร่และสิ่งสำคัญที่ห้ามลืม

ภาษีรถยนต์ คือ ป้ายกระดาษสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่ผู้มีรถยนต์ทุกคนต้องจ่ายภาษีรถยนต์ตามที่กฎหมายบังคับ เมื่อถึงกำหนด ซึ่งภาษีรถยนต์ที่เราจ่ายไปในทุกปีทางหน่วยงานภาครัฐจะนำไปพัฒนาปรับปรุงถนน รวมไปถึงการคมนาคมภายในประเทศต่อไป ดังนั้นเจ้าของรถยนต์ทุกคนจะต้องทำการต่อภาษีรถยนต์หรือต่อทะเบียนรถยนต์ทุกปี หากปล่อยให้ขาดอาจทำให้ถูกปรับและเสียเวลาในการดำเนินการต่ออีกด้วย

ข้อสำคัญที่ห้ามลืมและการต่อภาษีรถยนต์ ราคาเท่าไหร่

โดยการต่อภาษีรถยนต์นั้นมีกฎระเบียบอยู่ ดังนั้นก่อนที่จะไปต่อภาษีรถยนต์ควรศึกษาข้อมูลและกฎระเบียบให้เข้าใจก่อน เพื่อที่จะได้สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้อย่างรอบคอบ และนี่คือสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์

  • การต่อภาษีรถยนต์ ราคาแต่ละครั้งจะต้องทำการต่อภาษีรถยนต์ในปีที่หมดอายุ โดยคุณสามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ก่อนวันที่จะหมดอายุล่วงหน้า 90 วัน ซึ่งก็มีเวลาเพียงพอให้คุณสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายในการต่อภาษีรถยนต์ได้พอสมควร
  • กรณีที่ต่อภาษีรถยนต์ล่าช้ากว่าที่กำหนด ค่าปรับก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น โดยนับตั้งแต่วันที่ขาด 1 วันขึ้นไป ทางกฎหมายจะถือว่าเป็นการขาดต่อภาษีรถยนต์ ราคาซึ่งนับเวลาตั้งแต่ 1-3 ปี จะต้องเสียค่าปรับร้อยละ 1 % ต่อเดือน
  • กรณีที่ขาดต่อภาษีรถยนต์มากกว่า 3 ปีขึ้นไป จะถือว่าป้ายทะเบียนรถยนต์นั้นๆ ถูกยกเลิกทันที หากต้องการต่อภาษีรถยนต์ใหม่จะต้องนำป้ายทะเบียนเดิมไปคืนที่กรมขนส่งทางบก พร้อมกับชำระค่าปรับ จึงจะสามารถทำใหม่ได้
  • สำหรับการต่อภาษีรถยนต์ทุกครั้ง รถยนต์ที่มีอายุไม่ถึง 7 ปี ไม่จำเป็นต้องตรวจสภาพรถก่อนต่อ แต่หากรถยนต์มีอายุเกิน 7 ปีขึ้นไป จะต้องทำการตรวจสภาพรถให้ครบก่อน ถึงจะสามารถต่อภาษีรถยนต์ได้
  • สิ่งสำคัญที่ห้ามลืมเด็ดขาดคือคุณจะต้องต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ หรือที่เรียกว่าประกันภาคบังคับก่อน ถึงจะทำการต่อภาษีรถยนต์ได้

ต่อภาษีรถยนต์ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

เมื่อรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขเพิ่มเติมต่างๆ ของการต่อภาษีรถยนต์แล้ว มาต่อกันที่เรื่องเอกสารที่ต้องใช้ในการต่อภาษีรถยนต์ เพราะเป็นอีกหนึ่งเรื่องปวดหัวที่หลายคนมักพบเจอ เนื่องจากเอกสารไม่ครบ ทำให้ต้องเสียเวลาในการย้อนกลับมาเสียภาษีรถยนต์อีกครั้ง โดยเอกสารที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนไปยื่นต่อภาษีรถยนต์ มีดังนี้

–   คู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริงหรือสำเนาก็ได้

–   หลักฐานที่ระบุไว้ว่าได้ทำประกันภัยตามที่กฎหมายบังคับ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า พ.ร.บ. รถยนต์

–   ใบรับรองการตรวจสอบสภาพรถยนต์ หากรถยนต์มีอายุเกินกว่า 5 ปีขึ้นไป รวมไปถึงในกรณีที่รถมีการดัดแปลงสภาพ

ซึ่งข้อมูลเพิ่มเติมทั้งหมดเหล่านี้ คือสิ่งที่คุณต้องใส่ใจและทำความเข้าใจก่อนจะไปต่อภาษีรถยนต์ ราคาต้องรู้หากไม่อยากเสียเวลาและค่าปรับเพิ่ม พร้อมกับเตรียมเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ให้พร้อมเพื่อสามารถดำเนินการได้ทันที

ขั้นตอนทาสี พื้นอีพ็อกซี่ การทำ พื้นพียู ด้วยตัวเอง ทำให้ประหยัดเงิน

พื้นอีพ็อกซี่ คือพื้นที่มีการทาเคลือบพื้นคอนกรีตด้วยการการกลิ้งทับลงไป ด้วยความหนาของฟิล์มก็จะมีแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความต้องการ และการใช้งาน ใช้ได้ทั้งงานพื้นและงานฝาผนัง มีให้เลือกทั้งผิวเรียบและผิวส้มแบบกันลื่น พื้นอีพ็อกซี่ จะมีความทนทานสามารถป้องกันคอนกรีตจากสารเคมี น้ำมันและกรด ยึดเกาะพื้นคอนกรีตได้เป็นอย่างดี มีสีสันสดใส เงางามทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษาและทำความสะอาด ไม่มีการสลายตัวกลายเป็นฝุ่น เมื่อผ่านการใช้งานเป็นระยะเวลายาวนาน และไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อมีการสัมผัสกับแสงแดดจัดๆ ซึ่งพื้นบางชนิดก็สามารถใช้กับงานภายนอกได้ การทาสี พื้นอีพ็อกซี่ นั้นสามารถทำได้ด้วยตัวเอง แบบไม่ต้องอาศัยช่างมืออาชีพ ทำให้ประหยัดเงินได้หลายส่วน แถมได้ประสบการณ์ในการทำเอง

อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการทาสีพื้น Epoxy คือ

1. ผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ในการทา คือสีEpoxy Coating มีข้อดีคือจะใช้เวลาในการทำค่อนข้างน้อย และก็สามารถเลือกสีได้ตามที่ต้องการ
2. ลูกกลิ้งทาสี ใช้สำหรับจุ่มสีและทาพื้นผิวคอนกรีต
3. ทินเนอร์ จะต้องนำมาใช้ในการทำความสะอาดและล้างตัวอุปกรณ์ พวกแปลงทาสี ลูกกลิ้งทาสี เช็ดทำความสะอาดสีที่ติดมืด และเอามาเป็นส่วนผสมสีในขณะที่สีมีความหนืดเกินไปทำให้ยากต่อการทา เพราะสีที่มีความหนืดเกินไป เวลาเราทาสีจะไม่เรียบ และไม่สวยงาม
4. กระดาษทราย ไว้ใช้สำหรับขัดพื้นผิวที่จะทาสีให้เป็นรอย
5. ถุงมือ ใส่เพื่อป้องกันการเลอะ และโดนสี, ผ้าปิดจมูก สีจะมีกลิ่นฉุน บางคนอาจจะแพ้ได้ เลยต้องมีผ้าปิดจมูกป้องกันกลิ่น
6. แว่นตา กันสีหยด หรือกระเด็นเข้าตา และบางทีทินเนอร์จะมีการระเหยเข้าตาได้ด้วย การใส่แว่นตา ก็จะช่วยกันได้บางส่วน
7. ไม้พาย ไว้คนผสมสี กับทินเนอร์ให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน
8. ไม้กวาด สำหรับกวาดทำความสะอาด

ขั้นตอนในการทาสีพื้น Epoxy คือ
1. การเตรียมพื้นคอนกรีตที่เราจะทาสี พื้นที่เราเตรียมอย่างดี จะเพิ่มการเกาะยึดของสีกับพื้น และเพิ่มความเรียบของสีหลังจากทาสีเสร็จ อย่างแรก คือต้องตรวจดูว่าพื้นคอนกรีตคราบอะไรอยู่หรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นคราบน้ำมัน จาระบี เศษปูน ถ้ามีให้กวาด และล้างทำความสะอาดสิ่งสกปรกออกให้หมด หลังจากล้างแล้ว ต้องปล่อยให้พื้นคอนกรีตแห้งสนิท หลังจากนั้นเราก็จะใช้กระดาษทรายขัดพื้นคอนกรีตให้เป็นรอย ต้องขัดให้ทั่วทั้งพื้นบริเวณที่เราต้องการทาทั้งหมด หลังจากนั้นก็ใช้ไม้กวาด กวาดทำความสะอาดผงฝุ่นออก เท่านี้ก็จะเสร็จขั้นตอนการเตรียมพื้นก่อนขั้นตอนการทำพื้น pu
2. การผสมสี เราก็นำส่วนผสมของสี polyurethane มารวมกันตอนซื้อก็ดูสัดส่วนข้างถังสี หรือสอบถามจากพนักงานขาย หลักจากนั้นเราก็ใช้ไม่พายที่เตรียมไว้คนให้เข้ากัน สีที่เราเตรียมจะมีความหนืดอยู่ในตัวทำให้ทายาก ก็ต้องเททินเนอร์ผสมลงไป แล้วคนให้เข้ากัน ซึ่งโดยสัดส่วนทั่วไปก็จะประมาณ ไม่เกิน 10 % ของเนื้อสีที่เราผสมไว้ตั้งแต่ตอนแรก หลังจากคนจนเข้ากันดีแล้ว เราก็จะต้องลงมือทาสีนั้นทันที เพราะว่าหากทิ้งสีไว้นานไป สีก็จะเริ่มทำปฏิกิริยากันเอง ทำให้สีจะมีความข้นขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็จะกลายเป็นเจล ภายในไม่เกิน 1 ชั่วโมงในการทาเราจะต้องทำการผสมสีตามสัดส่วนนี้ใหม่ทุกครั้งที่จะมีการใช้งาน
3. การทาสี ก็จะใช้ลูกกลิ้งที่เตรียมไว้ตอนแรก มาทำการต่อด้ามจับให้ยาวขึ้น ความยาวก็ประมาณ 1 เมตรครึ่ง – 2 เมตร เอาจุ่มสีที่ผสมไว้แล้วทาลงบนพื้นปูนที่ทำความสะอาด ส่วนการทาก็ให้ทาพื้นอีพ็อกซี่เป็นแนวเดียวกัน เป็นหน้ากระดานให้เสร็จไปเป็นส่วน ๆ พอเสร็จหมดทั้งพื้นที่ที่เตรียมไว้แล้ว ถ้าต้องทาให้มีความหน้าของสีเพิ่ม ก็ต้องทิ้งไว้หลังจากทาครั้งแรกไปแล้ว ประมาณอย่างน้อย 5-6 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็ทาทับได้อีกทีเหมือนการทาครั้งแรก ซึ่งต้องเป็นแนวเดียวกัน หลังจากทาเสร็จแล้วเราก็ต้องทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน เราถึงจะสามารถเดินเหยียบได้ แต่ถ้าต้องการจะวางสิ่งของที่มีขนาดและน้ำหนักหน่อยก็ต้องทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน